Make Your Life Better!

https://www.facebook.com/sproutsschool วีดีโอนี้จัดทำขึ้นหลังจากที่มีผลการศึกษาของ PISA ล่าสุดในปี ค.ศ. 2013 ออกมาชี้ให้เห็นว่านักเรียนไทยมีสัมฤทธิผลในการศึก…

Comments (25)

  1. Sprouts said on 01-03-2015

    ขอขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์ ทั้งใน YouTube และ YouLike

    ณ ตอนนี้ YouLike มีคนชอบมากกว่า 25,000 คน และมีคนคอมเมนท์มากกว่า 2,000 คน
    เราจะดูคอมเมนท์ของทุกๆท่านและนำมาปรับปรุงสำหรับการทำวีดีโอครั้งต่อไป

    ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามวีดีโอนี้
    เร็วๆนี้เราจะได้มีวีดีโอดีๆเกี่ยวกับการศีกษาอย่างนี้ให้ท่านได้ติดตามและวิดีโอต่อไปเราจะนำแนวคิดดีๆและมานำเสนอให้ทุกท่านได้ติดตามชม

  2. Sprouts said on 01-03-2015

    ประเทศไทยอาจจะไม่ได้มีการศึกษาที่ดีที่สุดแต่อย่างไรก็ตามคนไทยมีความสุขที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับคนประเทศอื่นๆ
    –>
    http://www.buzzfeed.com/jakel11/where-in-the-world-you-can-find-the-best-schools-and-the-hap

    พวกเราควรจะทำอย่างไรเพื่แฃอที่จะมีความสุขและมีผลคะแนนสอบที่ดีขึ้นด้วย

  3. Sprouts said on 01-03-2015

    ขอขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์ ทั้งใน YouTube และ Facebook ณ ตอนนี้เรามีคนดูมากกว่า
    6,000 คนและมีคนชอบมากกว่า 1,000
    คน เราจะดูคอมเมนท์ของทุกๆท่านและนำมาปรับปรุงสำหรับการทำวีดีโอครั้งต่อไป

    ขอขอบคุณทุกๆท่านอีกครั้งที่ติดตามวีดีโอ สถานการณ์ การศึกษาไทย 2557
    เร็วๆนี้เราจะได้มีวีดีโอดีๆเกี่ยวกับการศีกษาอย่างนี้ให้ท่านได้ติดตามและเราจะนำแนวคิดดีๆ
    มานำเสนอให้ทุกท่านได้ติดตามชม

  4. AhaAhaR said on 01-03-2015

    มึงหาครูดีๆก่อนเลย คนเป้นครูควรจะต้องสอบ
    ต้องแย่งกันเข้ามาเป้นครูให้เงินเดือนเยอะๆแบบเมืองนอก
    ไม่ใช่คนที่หางานทำไม่ได้ ก้มาสมัครครู

    ครูเมืองนอก เงินเดือนติด 1-3 ของประเทศ

  5. SickDuckGG said on 01-03-2015

    ครูต้องมีคุณภาพและเป็นตัวอย่างให้นักเรัยนได้
    (ครูบอกการกินเหล้าเป็นสิ่งไม่ดี แต่ตอนเย็นนั่งกินเอง) ผมมีโอกาศได้เรียน
    INter และตรีกับโท ที่เมืองนอก แต่บ้านผมอยู่ชนบท ผมเห็นความห่วยของ การศึกษา
    เมื่อเทียบกับต่างชาติ การ Corruption แบบหน้าด้านๆของ ตร, ครู, นักการเมือง
    หรือข้าราชการ ผมคิดว่าท่าจะ พัฒนาการศึกษา ต้องเริ่มจากการ Standadize
    ข้อสอบทุกๆปี (ไม่ใช่ข้อสอบปัญญาอ่อนแบบ O-net
    ที่ได้ยินในข่าวบ่อยๆ)น่าจะเป็นอะไรที่ดีอย่างนึงที่ควรนำไป Practice.
    แต่ท่าจะแก้ได้จริงๆ มันอยู่ที่จิตสำนึกของผู้ใหญ่และสังคม
    ว่าจะหยุดโกงได้หรือยัง

  6. Loli Heart said on 01-03-2015

    เอาจริงๆเลยนะครับ ผมเรียน ม.ปลาย สายวิทย์-คณิต แต่โรงเรียนที่ผมเรียน
    แทบไม่มีอุปกรณ์ทำแล็ปเลยครับ จนเรียนจบ ม.6 ไปแบบมึนๆ
    ไม่เคยสอนต่อแม้แต่วงจรไฟฟ้าง่ายๆ สอนแต่ทฤษฎี

    แล้วก็อีกปัญหาใหญ่ๆเลยครับ มีหลายวิชา ที่พวกอยากเรียน อยากมีความรู้นะครับ
    แต่คุณครูไม่อยากสอน ให้งานแล้วหนีหายไป หรือบางที ไม่มาสอนเลย บ่อยๆครับ
    จะเอาความรู้มาจากไหน :D

  7. Naowaret Yupum said on 01-03-2015

    ขอแสดงความคิดเห็นหน่อยค่ะ
    ในฐานะที่เป็นครูคนหนึ่ง สอนเด็กๆให้เป็นคนดี มีคุณธรรมคิดเป็นแก้ปัญหาได้
    ไม่เคยทิ้งชั่วโมงสอน ตั้งแต่เช้าจนเย็นทำงานดูแลนักเรียน
    นักเรียนเจ็บป่วยก็ดูแลหนีเรียนก็ตามจนกลับมาเรียน แต่
    นอกเหนือจากการสอนก็มีงานอื่นๆอีกมากมาย ประเมินสารพัด อบรมสัมมนาแทบทุกเดือน
    บางเดือน2ครั้ง3ครั้ง ยิ่งโรงเรียนเล็กครูมีน้อย ไม่ต้องคิดว่าครู1คน
    มีงานต้องทำนอกเหนือจากการสอนกี่งาน ไม่จำเป็นต้องมีสื่อดีๆมากมาย
    ทันสมัยเต็มห้องเรียน แต่สิ่งที่อยากได้มาก….คือ… ขอมีเวลาอยู่กับนักเรียน
    อยู่กับการสอนบ้างเถอะค่ะ

  8. 吳愛龍 said on 01-03-2015

    ขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องการศึกษานะคะ
    พอดีเป็นอาสาสมัครดูแลเด็กพิเศษ ในสถาบันฯในต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง
    ได้เห็นปัญหาหลายอย่างที่ผู้ปกครองเด็กเห็นว่าเป็นปัญหามาก และ
    ตัวฉันเองเป็นห่วงมากเพราะ รู้เลยว่ามันควรจะมีวิธีแก้ที่ดีกว่านี้
    (อันนี้พูดถึงการศึกษาระดับประถมและอนุบาลนะคะ)
    1.วิธีการสอนภาษาไทยในเด็กประถมเดี๋ยวนี้
    ที่เห็นแล้วกลับทำให้เด็กสับสนว่าทำการบ้านถูกตามความเป็นจริงหรือเปล่า
    ทำให้ยากแก่การดูว่าเด็กอ่านผิด หรือ ครูอ่านผิด
    2.ข้อจำกัดในการเรียนของเด็กพิเศษนโรงเรียนรัฐบาลในต่างจังหวัดที่ห่างจากกทม.มาก
    คือประเด็นนี้ นี่ก็ขึ้นอยู่กับบางโรงเรียน
    แต่ที่แย่ที่สุดคือการจัดการเรียนร่วมในโรงเรียนบางโรงเรียน หรือ
    (เท่าที่เคยเห็นคำบอกเล่าของอดีตครูฝึกสอน)
    โรงเรียนสำหรับเด็กพิการทางหูในจังหวัดเล็กแห่งหนึ่งในภาคเหนือ ที่เรียนหลักสูตรไม่ทัดเทียมกับสิ่งที่เด็กปกติควรจะรู้หรือบางทีสุดท้ายเด็กก็ไปไหนไม่ได้ตอนประถม
    หรือ มัธยม เพราะพอไปโรงเรียนอื่นที่เป็นโรงเรียนเอกชน ถ้าไม่มีเงินมากพอ
    ก็เข้าถึงการช่วยเหลือไม่ค่อยได้ หรือ โรงเรียนรัฐบาลในบางจังหวัด
    การหาโรงเรียนดีๆระบบดูแลดีๆ บางทีก็เป็นงานช้างของพ่อแม่
    เพิ่งเคยเห็นคลิปนี้ อาจจะช้าไปหน่อยแต่อยากให้ข้อเสนอตามนี้ค่ะ

  9. Sugus Kung said on 01-03-2015

    ในความคิดหนูมันแค่ “ครู” สอนไม่น่าสนใจ คือ มันจะมีครูใน รร 2
    คนเป็นตุ๊ดกับครูแก่ๆ คือพวกหนูชอบเรียนกับครูตุ๊ดมากกว่า เขาสอนได้น่าสนใจ
    มีกิจกรรมในห้องเรียนตลอด ให้เด็กออกมาทำหน้าห้องบ้าง เล่นกิจกรรมกับเพื่อนๆ
    ทำให้พวกหนูชอบเรียนวิชาน่าเบื่อๆ เช่น อังกฎษหรือ คณิตศาสตร์ ขึ้นมากๆๆ 

  10. AhaAhaR said on 01-03-2015

    คลิบนี้จะถึง 4,000 มั้ยเนี่ย ไอเพจเหี้ย Youlike ของพวกควายแม่งเอาไปลงล่ะ
    ยอดวิวใน Youtube จะขึ้นมั้ยเนี่ยสัส

  11. ดอน ศร said on 01-03-2015

    หลักๆที่ครู-ผอ.-ผอ.เขต-กระทรวง แต่ใกล้ตัวมากที่สุดคือครู
    ไส่ใจกรสอนให้มากขึ้นก็ดี ยิ่ง รร.ไกลๆ ครูไม่เอาใหนจริงๆ ทั้ง ผอ. ทั้งครู
    ผอ. วันๆไปเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย แต่มาเซ็นชื่อปกติ พอครูใต้บังคับบัญชาทำมั่ง
    ผอ.ก็ว่าอะไรเขาไม่ได้ เพราะตนเป็ต้นแบบ เพราะงั้นใน รร. เริ่มแรกคือ
    ผอ.ต้องแข็ง อย่าให้ใครว่าได้

  12. Phimol Ss said on 01-03-2015

    1.ตัว พรบ.การศึกษา2542
    เขียนไว้ดีแล้วครับแต่คนที่ใช่มักนำมาปรับปรุงเพื่อผลประโยชน์ตัวเองไม่ได้มองถึงสิ่งที่จะกเิดผลกับการบริหารจัดก
    ารภาพรวมในอนาตดทำตัวเองให้มีปัญหาแล้วโทษที่ตัวหลักสูตร เช่นการปรับปรุงปี
    2553
    2.การศึกษาผลเสียผลกระทบของการกระจายอำนาจ
    ผลดีที่เกิดขึ้นกับการบริหารจัดการแต่กระทบกับบทบาทหน้าที่ของครูทำให้ครูต้องมีภาระงานนอกเหนือจากงานสอน
    3.ต้องพัฒนาครูการศึกษาถึงจะพ้ฒนาได้แต่แต่อย่าลืมไปว่าในขณะที่กำลังอบรม
    ทำกิจกรรมสำหรับการพัฒนาอยู่นั้นภาระงาน นักเรียนกำลังรอเขาอยู่
    เสร็จจากอบรมเขาก็กลับไปทำงานต่อที่นอกเหนือจากการสอน
    เหมือนเดิมสิ้นเปลืองงบประมาณ
    ทำอย่างไรถึงจะให้ครูได้สอนนักเรียนเป็นภาระงานงานเดียว
    นี่ต่างหากที่เป็นหัวใจของการแก้ปัญหาการศึกษา

  13. AK Fluke said on 01-03-2015

    1. เน้นวิชาให้ตรงสายครับ
    2. เรียนครึ่งวัน เพราะการเรียนเต็มวันหรือเรียนเยอะๆทำให้สมองตื่อได้ครับ
    และจะทำให้เกิดอาการเบื่อการเรียนและไม่อยากเรียน แ้วมันก็จะทำให้ไม่เข้าใจ
    และไม่อยากเรียนวิชานั้นๆ ถึงแม้ว่าจะเริ่มเรียนวันใหม่ สมองปรอดโปรง ก็เถอะ
    การที่เราไม่ชอบหรือไม่อยากเรียนวิชานั้นๆ ก็ทำให้เราไม่เก่งวิชานั้นๆได้
    ทั้งนี้เป็นผมมาจากการที่เราเรียนไม่เข้าใจตั้งแต่แรก
    3. ปรับเปลี่ยการบ้าน
    เพราะการบ้านนั้นถ้าเราไม่ได้ทำมาเราก็จะไม่อยากที่จะเรียนวิชนั้นๆ
    4. การสอบ
    หากยังมีการลอกขอสอบเรียนต่อหรือการสอบเข้าบรรจุเป็นครูยังมีการทุจริตอยู่
    ประเทศก็ยังไม่มีทางที่จะพัฒนาต่อไปได้
    5. ครูอาจารย์
    หากครูอาจารย์ยังขี้เกียจสอน,ความรู้ไม่เป๊ะ,ด่านักเรียนที่ทำไม่ได้หรือด่านักเรียนที่ไม่เข้าใจ,มองห้องเรียนห้องโหลๆว่าไม่เก่ง,ดูถูกนักเรียนที่โง่,ยอนักเรียนมากเกินไป[ประชด]
    สิ่งเหล่านี้มันจะทำให้นักเรียนไม่ชอบครูอาจารย์ที่สอนนั้นๆ

    ปล.การที่นักไม่อยากเรียนวิชานั้นๆ ใช่ว่านักเรียนจะไม่ชอบวิชานั้นๆ
    แต่อาจเป็นเพราะไม่ชอบครูอาจารย์ที่สอนวิชานั้นๆ
    จึงทำให้นักเรียนไม่ชอบวิชานั้นๆไปด้วย
    ปล2.ควรมีการสอบวัดความรู้ของครูทุกๆปี ปีละ 2 ครั้ง หรือปีละ 1 ครั้ง
    เพื่อให้ความรู้ที่ถ่ายทอดลงไปสู้นักเรียนนั้นเป็นความรู้ที่ถูกต้อง 

  14. MOLORIDER said on 01-03-2015

    ครูบางคนนี่เคร่งแต่ระเบียบนะครับ ถึงเวลาสอนก็สอนไม่เข้าใจ
    เล่าแต่เรื่องของตัวเอง การบ้านก็สั่งแปลกๆครับ เช่นแทนที่จะสั่งเรื่องที่สอน
    ก็ชอบสั้งแต่รายงาน ทั้งนั้น รายงานนี่เปิดเว็บก้อปมาอยู่แล้ว มันได้อะไรเนี่ย
    การบ้านครูบางคนก็ขี้เกียจตรวจ ติ๊กมางั้นๆ นับแค่มีส่งแล้วมาอ้างว่า
    ต้องการระเบียบวินัยมากกว่า แย่ห์

  15. Wuttichai Lonan said on 01-03-2015

    ปัญหาครู > บริหารจัดการ > การเรียนรู้ > ความเสมอภาค …
    ลดอัตตราส่วนนักเรียนต่อครู ลดงานครู เพิ่มรายได้ให้ครูตามปริมาณงาน
    ทำมากเกิดผลมากก็ได้มาก ทำน้อยเกิดผลน้อยก็ได้น้อย(ปัจจุบัน ทำมากได้น้อย
    ทำน้อยหรือไม่ทำได้มาก) ตัดตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนออกไป เปลี่ยนเป็น
    ผู้จัดการโรงเรียนโดยนักบริหารมืออาชีพที่ผ่านการประเมินและมีการประเมินอย่างต่อเนื่องไม่ผ่านให้ออก
    … ผลักดันหลักสูตรท้องถิ่นให้เป็นรูปธรรม ..
    กระบวนการประเมินให้มุ่งเพื่อการพัฒนาไม่ใช่มีไว้เพื่อจับผิดหรือเพื่อผลประโยชน์
    … เยอะเนอะ แต่ผมคิดว่าหากมองอย่างเป็นระบบ เราพัฒนาได้แน่ … 

  16. Kimny MJ said on 01-03-2015

    อยากให้อ่าน—ในฐานะที่เรากำลังจะเรียนครูและเราก็เติบโตในแวดวงครูแต่เด็ก
    บอกเลยว่าที่การศึกษาไทยไม่ได้เรื่องมีหลากหลายสาเหตุชี้แจงดังนี้
    1.การประเมินสถานศึกษา :
    การประเมินเนี่ยเหมือนเป็นการบอกว่าผ่านเกณฑ์ไม่ผ่านเกณฑ์แต่เอาเข้าจริงๆก็ไม่ได้วัดจากตัวเด็กเลยเวลาจะตรวจ
    ครูต้องมานั่งปั่นทำผลงาน เวลาสอนแทบไม่ม ไม่ทำก็ไม่ได้ ให้ตายเถอะี
    รายละเอียดการประเมินยิบย่อยน่าปวดหัวมาก!!!!
    2.เคยได้ยินไหมเรื่องพ่อแม่รังแกฉัน เวลาครูสอน ต้องมีดุมีตีกันบ้าง
    สอนเลขต้องมีแบบฝึกหัด ผู้ปกครองบางคนรับไม่ได้ ลูดฉันต้องดูแลแบบไข่ในหิน
    แล้วเด็กจะพัฒนาได้หรือ???
    4.เรื่องการเมือง ลองดูสิ หลายต่อหลายครั้งมากที่เกิดการชุมนุม สถานการไม่สงบ
    ต้องหยุดโรงเรียน สอนกันแทบไม่ทัน ทุกอย่างหยุดชะงัก
    เปิดมาเด็กแทบจะลืมเรื่องที่เรียนไปหมดแล้ว ถูกไหมหล่ะ
    5.ความขี้เกียจของตัวเด็กเอง
    คือเราเห็นหลายครั้งมากที่บางคนบ่นกันว่าครูให้งานเยอะ การบ้านมากมาย
    บางคนด่าคำหยาบลงเฟสด่าครูเลยก็มี
    เรามีอาจาร์ยที่เรานับถือมากคนนึงเขาเป็นคนให้ลูกศิษย์เต็มที่ตลอด
    การบ้านให้ไปฝึกฝนซึ่งถ้าทำมันก็ได้จริงๆ บางครั้งต้องเข้าใจนะ
    ปัญญามีนก็เกิดจากการฝึกฝน ทำไปเถอะโตขึ้นจะเข้าใจ
    6.วิญญาณควาทเป็นครูของคนที่เป็นครูบางคนไม่มี บางคนมาเรียนครูเพราะ
    พ่อแม่อยากให้เรียร ไม่รู้ไปไหนอ่ะ ครูก็ได้ มันไม่ใช่อาชีพที่เป็นตัวสำรองนะ
    ถ้าไม่อยากมาเรียนไม่อยากเป็นครูก็ไม่ต้องมาเรียน หาตัวเองให้เจอยังดีกว่า
    7.สงสัยกันใช่ไหมว่าอะไรที่มีงบมากมายขนาดนั้นทำไมการศึกษาไม่พัฒนาสักที
    ก็งบเอามาผลาญไง เดี๊ยงนี้งบประมาณรรได้มาจากรายหัวเด็กนร
    รรหลายโรงแทบจะไม่สอบเด็กเข้ารรละ เรียกว่าโกยเลยดีกว่า ส่งผลให้
    เด็กมาเรียนสายอาชีพน้อยมากกกก แล้วเด้กที่จบม.ปลายต่อมหาลัยก็คุณภาพต่ำลง
    จบกันเกร่อมากๆ งบจากรายหัวเด้ก ไม่รุ่จะเอาไปทำอะไร จัดทริปอบรมค่ะ
    เอาจริงๆก็ไปเที่ยวกันนั่นหล่ะ ผลาญงบเล่นไปงั้น
    8.การศึกษาไทยเป้นอะไรที่หัวโบราณเหมือนกันนะ คือ
    ต่างประเทศการถามสงสัยเป็นอะไรที่ปกติมากแตาถ้าเมืองไทยถามครู
    บางครั้งกลายเป้นกวนไปซะงั้นทั้งๆที่สงสัยจริงๆ ก็มีอ่ะ.
    ไม่ค่อยยอมรับการสอนแบบใหม่ๆ ชอบมองว่าไร้สาระ เปิดใจกันบางเถอะ
    ฝากถึงครูรุ่นใหม่และเก่าด้วย รวมถึงกระทรวงศึกษา ผู้ปกครอง ทุกคน
    ใส่ใจกับเรื่องนี้กันให้มาก หลายคนรุ่อยุ้แก่ใจว่ามันสำคัญมันคือพื้นฐาน
    เรารุ้มาสิบกว่าปี แต่ไม่ใีอะไรดีขึ้น ก้รู้แต่ไม่คิดจะทำอะไร
    แบบนั้นใช่ไหม????
    ปล พิมพ์ในโทรศัพท์ถูกบ้างผิดบ้าง ขอโทษเน้อ

  17. Teewin Tantayaporn said on 01-03-2015

    ระบบประเมินนักเรียน ให้เหมาะให้ตรงสาย ที่อยากเรียน หรือ ถนัด สำคัญมากครับ
    ครูแนะแนว ต้องมีส่วนอย่างมากในเรื่องนี้
    เด็กจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเรียนอะไรที่ไม่ได้ใช้ หรือ เด็กไม่ถนัด

  18. mynuy nuy said on 01-03-2015

    ความจริงคือ ทุกคนต้องยอมรับความจริง การศึกษาที่ไม่พัฒนาเพราะหลอกตัวเอง
    ระบบการศึกษาที่ไม่ย่อมให้เด็กชำ่ชั้น
    เพราะไม่ผ่านการประเมินของหน่วยงานต่าง เยอะมาก
    ครูทำงานเอกสารมากกว่างานสอน ไม่มีเวลาให้นักเรียน ลดภาระงานครูบ้างก็ดีนะ
    ให้ครูอยู่กับเด็กดีกว่าครูต้องมาอยู่กับกองกระดาษ 

  19. Tangkwaa Punyawee said on 01-03-2015

    ประเทศเดนมาร์กเรียนฟรีทั้งประเทศ เข้ารักษาที่โรงพยาบาลฟรีทั้งประเทศ
    ประเทศนี้เป็นประเทศที่คนสามารถพูดภาษาอังกฤษดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
    ทั้งๆที่เด็กที่นี่เริ่มเรียนภาษาอังกฤษตอนอายุ 7 ขวบ เป็นเพราะอะไร????
    (พี่ไทยเราเรียนตั้งแต่สี่ขวบ – -)

  20. RILAKKUMA EIEI said on 01-03-2015

    – สิ่งที่ควรแก้ คือ จำนวน นร. ต่อหนึ่งห้องมากเกินไป
    ตอนอยู่มัธยมห้องหนึ่งมีตั้ง50คน เรียนให้ตายก็ไม่ทั่วถึง
    แถมยังเสียงดังอีกด้วย ผู้ปกครองเอาแต่ใช้เส้นยัดให้ลูกเรียน รร.
    ดังๆมีชื่อเสียง
    – มีการวัดคุณภาพครู ให้มีการจัดการประเมินครู แบบในมหาลัย
    จบเทมอนี้ก็มีแบบสอบถาม ว่าครูเป็นอย่างไร สอนดีหรือไม่ เข้าตรงเวลา หรือ
    ปล่อยเกินเวลาหรือเปล่า เพื่อประเมินผลว่า ครูแต่ละท่านควรปรับปรุงตัวอย่างไร
    – จากที่เราเรียนมัธยมมา น่าจะมาจาก นร.ในห้องมีมากเกินไป เพราะมันไม่ทั่วถึง
    เด็กหลังห้องก็จะตามเพื่อนไม่ทันและครูก็ดูเด็กไม่ทั่วถึงด้วย
    เราว่าห้องหนึ่งควรมีสักไม่เกิน30คน จะดีมาก
    – คุณภาพครู ครูบางคนสอนไม่เก่ง แค่แจกๆชีท ทำแล้วส่ง บางทีไม่สอน
    ออกไปกินข้าวกินกาแฟข้างนอก บางคนก็ออกแนววัยทองด่าตลอดทั้งคาบ
    บางคนก็ตามใจเด็กเกินไป มันหลานอารมณ์นะ
    ครูก็เป็นส่วนสำคัญเหมือนกันที่ต้องแก้

  21. Nithikorn Tabsri said on 01-03-2015

    สถานการณ์ การศึกษาไทย 2557 (The State of Thai Education 2014)

  22. saradee sarif said on 01-03-2015

    กำหนดเป้าหมายให้ถูกต้องก่อน + < <และอย่านึกเพียงผลประโยชน์ส่วนตัว>>
    (การศึกษา = เพื่อพัฒนาประเทศ / เพื่อใบปริณญา)

  23. พชร หาญชนะ said on 01-03-2015

    ผมว่าน่ะคับจากความคิดเห็นส่วนตัว……ต้องปรับเปลี่ยนครูที่มีมาตรฐานอย่างเช่นนำครูที่จบ
    ดร.
    ลงไปสอนเด็กมัธยมและสร้างความคิดให้เด็กคิดเป็นมากกว่ายืนหน้าชั้นพูดปลาวๆๆๆแล้วก็สั่งการบ้านเพราะปัจจุบัน
    ครูเมืองไทยส่วนมาก
    จะสอนเด็กแบบหนักหน่วงการบ้านเป็นตะกร้าโดยแต่ละวันเด็นเรียนวันละ7-8ชั่วโมงการบ้านมีเกิบทุกวิชาสั่งรายงานเด็กและเด็กต้องนั่งทำการบ้านหลับตีหนึ่งตีสองรายงานก็ก็อบเอามาจากอิเตอร์เน็ตปริ้นส่งอาจารย์พอทำไม่ทันก็ลอกการบ้านกันมาส่ง…แล้วเด็กจะได้อะไรจากการสั่งการบ้านที่หนักหน่วงของครู..ประเทศไทยเราต้องปรับเปลี่ยนจากตัวของครูให้ดีก่อน..ไม่งั้นเด็กก็ไม่มีวันก้าวทันสู้ประเทศอื่นได้โดยเด็ดขาด
    #คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต 

  24. Phattaraphum Khunboonchan said on 01-03-2015

    ผมว่า หลักสูตรบ้านเราเป็นหลักสูตร ผสม ผสาน ปนเป กันหมด
    เราต้องทำอย่างไรก็ได้ให้หลักสูตร
    เหมาะกับเด็กโดยให้เด็กมีความถนัดในเรื่องที่ตนเองสนใจ
    และทำให้เด็กเกิดความสนใจในสิ่งี่ตนยังไม่รู้ว่า ตนเองชอบที่จะเรียนรู้
    หรือศึกษาในวิชา ศาสตร์ แขนงใด
    ต้องมุ่งเน้นในด้าน การค้นพบด้านวิชาชีพตั้งแต่เด็กๆ เพื่อให้รู้
    และให้เด็กค้นพบตัวเองว่า อยากทำอาชีพอะไร
    เพราะประเทศต้องการคนที่มีแรงงานด้านปัญหา และกำลังกายด้วย เราต้องให้เด็กค้น
    ค้นให้ลึก ลึกถึงการที่ว่าต้องปลูกฝัง ตั้งความฝันให้กับเด็กๆ นะครับ 

  25. เศรษฐสิริ กู่นอก said on 01-03-2015

    โดยส่วนตัวที่จากการที่ได้สัมผัสพบว่า ทิศทางในการพัฒนาระบบการศึกษา
    มาจากการเมือง ซึ่งการเมืองในบ้านเรานั้น เปลี่ยนแปลงบ่อย
    บ่อยจนไม่รู้จักการรอผลที่เกิดจากการพัฒนาในครั้งก่อน ก่อนที่จะเริ่มพัฒนาใหม่
    (เพราะการศึกษาต้องใช้เวลานาน
    กว่าที่จะสามารถเห็นผลที่เกิดการการปฏิรูปการศึกษาในแต่ละครั้ง) —–ฉะนั้น
    เสนอแนะให้
    หน่วยงานที่รับผิดชอบทางด้านการจัดการศึกษาทั้งระบบต้องไม่ขึ้นกับการเมือง
    ให้อิสระนักวิชาการ ที่มีความรู้ความเชียวชาญในการพัฒนา ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *